หัวข้อ : เรื่องย่อเดือนปีคือดอกสองชีวิต : ถังชี ครั้งที่ 2 (จบ)

โพสต์เมื่อ 5 ต.ค. 2560, 16:26


แล้วพอถึงวันจบการศึกษา ทั้งชั้นนัดไปกินเลี้ยงโต้รุ่งกันทั้งชั้น มีการเล่นไพ่ คนแพ้ต้องดื่มเหล้าและตอบคำถามคนชนะ 1 คำถามตามความเป็นจริง รายละเอียดจำไม่ได้ แต่นางเอกพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอพูดออกไปว่าตัวเองรักหลินเฉียว แต่งานเลี้ยงนั้นก็จบลงด้วยนางเอกถูกทำให้เข้าใจผิดว่าเมาแล้วมีอะไรกับหลินเฉียว แล้วเจ้าหญิงแฟนของหลินเฉียวมาเห็นเข้า เลยเสียใจวิ่งออกไปจากบ้าน หลินเฉียววิ่งตามไปจะอธิบาย แล้วถูกรถชนเข้าโรงพยาบาล

เรียกว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของนางเอก โดนทั้งพ่อแม่ของหลินเฉียวและพ่อแม่ของเจ้าหญิงรุมประณาม แถมพ่อแม่ของทั้งสองคนนี้ที่เส้นใหญ่มากยังร่วมมือกันหาหลักฐานเกินจริงมาฟ้องร้องเอาเรื่องแม่บุญธรรมของนางเอกว่ายักยอกเงินหลวง (ทำจริง เอามาใช้เลี้ยงนางเอก ยัดเงินให้เข้าโรงเรียนดัง แต่ไม่ได้ผิดมากอย่างที่เขากล่าวหา) แม่บุญธรรมนางเอกเลยต้องติดคุก 10 ปี (มั้ง) บ้านก็โดนยึดเข้าหลวง

นางเอกเอ็นต์ติดแล้ว แต่ไม่มีเงินเรียน ไม่มีบ้าน ไม่มีรายได้ แล้วยังมีลูกเป็นภาระ กับสะเทือนใจเรื่องหลินเฉียว ชีเลยคิดสั้นฆ่าตัวตาย เอามีดกรีดข้อมือ แต่ลูกชายชีที่ตอนนั้นอายุสามขวบเหมือนรู้ว่าแม่จะทำอะไร วิ่งมาเกาะชีร้องไห้จ้า ชีเลยได้สติสู้ชีวิตขึ้นมาเพื่อลูก

หลังผ่านจุดตกต่ำสุดขีด วันรุ่งขึ้นหวางหวังต่างๆ ก็เข้ามา ชีได้ทุนเรียนฟรี และโรงงานละแวกบ้านมาจ้างชีเป็นพรีเซ็นเตอร์ยาสระผมแบบจ้างประจำ เลยพอมีรายได้เลี้ยงตัวเลี้ยงลูก ชีเช่าห้องพักราคาถูกใกล้มหาลัย เอาลูกไปเลี้ยงด้วย ให้อยู่โรงเรียนใกล้ๆ กัน ดีที่ลูกชีฉลาด เรียนเก่งมาก ได้ทุนเรียนตลอด (ฉลาดเหมือนพ่อ หน้าก็เหมือนพ่อ) เลยเบาภาระชีไปได้เยอะ

ชีได้เพื่อนสนิทในมหาลัย ชื่อโจวเยว่ เป็นสาวติงต๊องตลก เป็นคู่หูคู่ฮากับชีคล้ายคังซู่หลัว

ตอนเริ่มเรื่อง ชีกำลังเรียนป.โท ลูกชายชีอายุ 8 ขวบแล้ว กำลังติดเรื่องนารุโตะมาก เป็นเด็กหน้าตาหล่อและเรียนเก่ง วิชาเลขสอบได้ที่ 1 ของชั้นปี เป็นตัวแทนโรงเรียนถูกส่งไปแข่งขันระดับประเทศ เก่งขนาดนั้น แถมเป็นเด็กแก่แดด ชอบดาราสาววัยรุ่นที่กำลังดัง แก่กว่าตัวเอง 10 ปี ตั้งปณิธาณว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเธอให้ได้ (จริงๆ ต่อให้อายุถึงก็แต่งไม่ได้หรอกหนู เพราะดาราคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉินม่อ ตามกฎหมายจีนอยู่ในกลุ่มสายเลือดใกล้เกินไปแต่งงานกันไม่ได้ แถมมีศักดิ์เป็นอาฮีอีกต่างหาก)

ส่วนนางเอก นอกจากเป็นนางแบบโฆษณาแชมพู ก็มีอาชีพนักเขียนนิยายอีกอย่าง มีรายได้พอเลี้ยงตัวกับลูก โจวเยว่เพื่อนสนิทชี เรียนคณะสถาปัตย์ มีฉินม่อเป็นไอดอล แล้วช่วงนั้นทางมหาวิทยาลัยเชิญฉินม่อที่แวะมาเรื่องงานที่เมืองนั้นระยะหนึ่งมาเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่มหาวิทยาลัยพอดี

นางเอกกังวลเรื่องลูกชายแก่แดด พอดีเห็นคณะแพทย์ตั้งซุ้มรับปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี เลยแวะไปถามเรื่องนี้ นศ.แพทย์ตอบไม่ได้ เลยไปลากรุ่นพี่อัจฉริยะของพวกตัวเองมาตอบ ปรากฏว่าคือหลินเฉียวที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน นางเอกยังฝังใจเหตุการณ์สุดท้าย เลยพูดจาแย่มากกับเขาแล้วรีบปั่นจักรยานเผ่นจากมา

นางเอกบังเอิญเจอฉินม่อในภัตตาคารที่ชีนัดดูตัวกับหนุ่มไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง แน่นอนว่าการดูตัวเจ๊าไป ชีจำฉินม่อไม่ได้ แค่แปลกใจว่าทำไมคนนี้จ้องหน้าฉันจัง จากนั้นพอกลับไปถึงหอพัก ปรากฏว่าลูกชายปวดท้องเป็นไส้ติ่ง ชีกับโจวเยว่รีบพาเหยียนหล่างขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาลที่ชีมีประกันอยู่

รถแท็กซี่ดันเสียกลางทางเปลี่ยว นางเอกตัดสินใจแบกลูกชายจะพาวิ่งไปโรงพยาบาล เจอฉินม่อขับรถสวนมาเจอและจอดช่วย เขาพาไปโรงพยาบาลชั้นดีโดยไม่ฟังเสียงนางเอก แล้วแค่ดูหน้าลูกชาย กับแอบถามอะไรเพิ่มเติมนิดหน่อยจากโจวเยว่ ฉินม่อก็พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว จากนั้นก็เริ่มพาตัวมาสนิทสนมกับนางเอก

นึกออกแล้ว เหตุการณ์ในงานเลี้ยงอำลาม.6 ดูเหมือนจะกินเลี้ยงกันที่บ้านเจ้าหญิง นางเอกเมาแล้วหลับไปไม่รู้เรื่อง ส่วนหลินเฉียวก็เมาเหมือนกัน แถมเป็นพวกเมาแล้วอะไรที่ซ่อนอยู่นใจก็พูดออกมาทำออกมาหมด สองคนนี้อยู่ตรงมุมห้องไม่มีใครสนใจ หลินเฉียวเอากล้องของเจ้าหญิงมาถ่ายภาพนางเอกตอนหลับ แล้วพูดสารภาพรักเธอ จับแก้มเธอจูบเธอ จริงๆ มีแค่นี้

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหญิงมาเอากล้องไปเปิดดูในคอม เจอที่หลินเฉียวถ่ายเข้า ก็โมโห + เสียใจมาก หลินเฉียวตื่นมานึกออก รีบไปแย่งกล้อง เจ้าหญิงวิ่งออกไปนอกบ้าน แล้วเลยเกิดอุบัติเหตุ ไม่แน่ใจว่าโดนทั้งคู่หรือโดนแค่หลินเฉียว แต่ที่แน่ๆ จากเดิมหลินเฉียวกำลังจะไปลงคัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติอยู่แล้ว ก็ชวดไปเพราะขาหัก หันมาเลือกเป็นหมอแทน

ระหว่างที่หลินเฉียวนอนขาหัก ก็รู้เรื่องพ่อแม่ตัวเองไปหาเรื่องแม่ของนางเอก เขาพยายามติดต่อหานางเอก แต่โดนพ่อแม่กักบริเวณไว้ เขาทำถึงขนาดโดดลงมาจากห้องตัวเองที่อยู่ชั้นสาม ดวงแข็งไม่ตาย แต่ขาหักซ้ำที่เดิม เรื่องพวกนี้นางเอกไม่รู้เลย

หลังจากเกิดเรื่องนี้ เจ้าหญิงก็บอกเลิกคบหลินเฉียว ส่วนเพื่อนสนิทเจ้าหญิงที่พาตัวแทรกเข้ามาเพื่อหวังแย่งหลินเฉียวเลยได้ช่วยดูแลเขาทำคะแนน หลินเฉียวจึงตกลงคบกับเธอเพราะสงสารในความพยายาม โดยที่เขาไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าช่วงนี้นางเอกชีช้ำมาก เพราะโดนคนรอบตัวโกหกว่ายอมเลิกระรานนางเอกแล้ว

กลับมาที่ปัจจุบัน ระหว่างที่หลินม่อพาตัวเข้ามาใกล้ชิดนางเอก จีบนางเอกอย่างจริงจัง ตอนแรกนางเอกก็รู้สึกตะขิดตขวงใจเรื่องตัวเองประวัติไม่ดี มีลูกแต่ยังอยู่แค่ม.ปลาย แต่เห็นเขาไม่รังเกียจ แถมเอ็นดูลูกชายเธอมาก ก็โล่งอก แต่พอโดนใครต่อใครทักบ่อยเข้าว่าลูกชายเธอเป็นลูกเขา ประมาณ่าหน้าเหมือน สีหน้าบุคลิกหลายๆ อย่างก็เหมือน เลยเริ่มจะสงสัยขึ้นมาตงิดๆ ส่วนฉินม่อยังไม่กล้าบอกความจริง


ข้างหลินเฉียว เขาเป็นโรคมะเร็งปอดชนิดรักษาไม่ได้ เคยพยายามถามจนรู้ที่อยู่อพาร์ตเมนต์นางเอกแล้วมายืนรอ แต่ดันเป็นช่วงที่นางเอกไปออกค่ายอาสาไม่อยู่บ้านหลายวันพอดี ฮีตากฝนจนล้มป่วยอาการกำเริบเข้าโรงพยาบาล เพื่อนเจ้าหญิงก็มาดูแลเทคแคร์ตลอด เขาเห็นใจในความดีของเพื่อนเจ้าหญิง จึงตัดสินใจว่าจะตัดใจจากนางเอกแล้ว

 

เพื่อนเจ้าหญิงนี่ความจริงก็แอบทำเรื่องลับหลังทำลายความรักของนางเอกกับหลินเฉียวหลายครั้งอยู่ แต่เพราะรักผู้ชายจริงและรู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอ แค่ใจดีด้วย ใจจริงคือรักแต่นางเอกคนเดียว ก็อยากให้เขาได้เข้าใจกันกับนางเอก พยายามไปดักพบนางเอกขอให้ไปพบและปรับความเข้าใจกับหลินเฉียว

ตัวนางเอกในตอนนั้น เจอหลินเฉียวน้อยครั้งมาก แต่ทุกครั้งที่เจอ คุยกันได้ไม่กี่คำก็ทำท่าทะเลาะกันทุกที แถมหลินเฉียวปฏิเสธหนักแน่นว่าเขาไม่ได้รักนางเอก แล้วยังทำเย็นชาใส่ พอนางเอกโดนเพื่อนเจ้าหญิงมาขอร้องแบบนี้ เลยพูดใส่หน้าเพื่อนเจ้าหญิงว่า

คนที่บอกว่ารักฉัน แต่ไม่เคยทำดีกับฉัน ไปทำดีแต่กับคนอื่น ความรักแบบนี้ ฉันไม่ต้องการ

ตอนนั้นนางเอกเริ่มรักฉินม่อแล้ว และหลินม่อก็รู้เรื่องนางเอกกับหลินเฉียวแล้ว แต่สำหรับฉินม่อที่นึกว่านางเอกตายไปแล้วตั้แต่ตอนที่หนีออกจากบ้าน เพราะตอนนั้นทางบ้านนางเอกที่จ้างคนตามหานางเอกไปพบศพเด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่ประสบอุบัติเหตุไฟคลอกทั้งตัว มีหลักฐานบางอย่างที่ระบุตัวตนว่านั่นเป็นนางเอก ทุกคนทางบ้านจึงเข้าใจว่านางเอกตายไปแล้ว จนถึงก่อนจะเจอนางเอกอีกครั้ง ฉินม่อก็ยังไม่หายจากอาการเฮิร์ตที่นึกว่านางเอกตายไปแล้ว ดังนั้นสำหรับเขา ขอแค่นางเอกยังมีชีวิตอยู่ อดีตในช่วงที่ตกระกำลำบากจะเป็นยังไง เขารับได้ทั้งนั้น

อาการของหลินเฉียวหนักลงเรื่อยๆ สุดท้ายพ่อแม่เขามาขอร้องนางเอก ให้ช่วยไปอยู่กับเขาเหมือนเป็นคนรักกันในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา ความจริงนางเอกในตอนนั้นไม่ได้รักหลินเฉียวแล้ว แต่พอรู้เรื่องทั้งหมดที่เขาทำเพื่อเธอ ความรู้สึกในด้านลบที่มีกับเขาก็หมดไป มีแต่ความเห็นใจในฐานะเพื่อนเก่าที่เคยมีน้ำใจต่อกัน เธอจึงรับปากแสดงบทคนรักของหลินเฉียว

เรียกว่าช่วงชีวิตสุดท้ายก่อนตาย ถึงจะรู้ว่านางเอกไม่ได้รักเขา แต่แค่นางเอกอยู่ข้างๆ คอยเทคแคร์เอาใจใส่เขาตลอดเวลา หลินเฉียวก็มีความสุขมาก จนเขาตายจากไป

พอหลินเฉียวตาย นางเอกจิตตกไปพักหนึ่ง พลอยปฏิเสธการขอแต่งงานของฉินม่อไปด้วย พูดทำร้ายจิตใจเขาไปพอสมควร ช่วงนั้นฉินม่อติดงานต้องกลับอเมริกาไปก่อนพอดี

หลังหลินเฉียวตาย ช่วงที่ฉินม่อไม่อยู่ นางเอกบังเอิญได้เจอแฟนเก่าสมัยเรียนม.ปลาย คนที่รู้จักตัวเธอก่อนความจำเสื่อม เขาเจอเธอบนรถไฟ และเข้ามาคุยทักทายเธอ คุยถึงเรื่องสัมยก่อน จนนางเอกปะติดปะต่อเรื่องต่างๆ ได้ และเริ่มนึกออกว่าฉินม่อคือใคร นึกออกว่าช่วงที่เธอความจำเสื่อมใหม่ๆ มักจะฝันเห็นเงาผู้ชายคนหนึ่งที่มองหน้าตาไม่ออกอยู่บ่อยๆ นั้น ความจริงคนคนนั้นคือฉินม่อนี่เอง

นางเอกส่งอีเมลไปหาฉินม่อ เขียนไปยาวมาก บอกว่าเธอจำเรื่องทั้งหมดระหว่างเธอกับเขาได้แล้ว และเธอไม่เคยเลยที่จะไม่รักเขา (ฉินม่อคิดมาตลอดว่าเมื่อก่อนนางเอกคบกับเขาเพราะพลาดมีอะไรกัน ส่วนนางเอกก็คิดเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างยังไม่เคยบอกความในใจแก่กัน ก็มีอันเกิดเรื่องให้ต้องแยกจากกันเสียก่อน)

หลังส่งอีเมล นางเอกก็เห็นข่าวในนิตยสาร ว่าคู่หมั้นของฉินม่อ ซึ่งเป็นจิตกรสาวชื่อดังตั้งท้อง (พ่อแม่จับหมั้น เพราะทนเห็นลูกชายซึมเศร้าระยะยาวจากการที่นางเอกตายไม่ไหว) และจะรีบจัดงานแต่ง นางเอกซึมไป


แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน ฉินม่อก็บินกลับมาหานางเอกในวันแต่งงานของโจวเยว่เยว่กับแฟน บอกว่างานแต่งเขายกเลิกไปแล้ว และลูกในท้องคู่หมั้นเขาก็ไม่ใช่ลูกเขาด้วย จากนั้นก็แต่งงานกับนางเอก พานางเอกกับลูกชายไปอยู่อเมริกาด้วยกัน เหยียนหล่างก็เปลี่ยนไปใช้แซ่ของพ่อตามที่ควรเป็น

ช่วงที่ฉินม่อตามจีบนางเอก แวะมาบ้านนางเอกบ่อยมาก มาทำอาหารให้ มากินข้าวด้วย รับเหยียนเหล่างเป็นลูกชายบุญธรรม (เอาน้องสาวเขาที่เป็นดาราคนโปรดของเหยียนหล่างมาล่อให้ลูกชายยอมรับเขาเร็วๆ)

เรื่องก็จบอย่างแฮปปี้แบบนี้แหละ สรุปว่าหลินเฉียวตายนะคะ

Admin เข้าร่วมเมื่อ 5 ต.ค. 2560, 16:26

2 ความคิดเห็น